posted on 27 Jan 2008 11:48 by diary-djyo
ต้องขอออกตัวไว้ก่อนว่า “สิ่งที่ดีเจควรรู้/ควรมี/ควรทำ” เป็นเพียงสิ่งที่ผมได้เรียนรู้ด้วยตัวเองเท่านั้น มิใช่เป็นข้อปฏิบัติตายตัวที่เคร่งครัดหรือมีใครบัญญัติไว้ ถือว่านำมาเล่าสู่กันฟังก็แล้วกันนะครับ
เริ่มกันที่การเริ่มต้นเลยก็แล้วกันนะครับ ส่วนหนึ่งของผู้ที่มีความใฝ่ฝันอยากเป็นดีเจจะเป็นผู้ที่ไม่ได้เรียนจบมาทางด้านสื่อสารมวลชนหรือคณะที่เกี่ยวข้องกับวิทยุ จึงทำให้คนเหล่านั้นไม่กล้าที่จะเข้ามาในแวดวงวิทยุสักเท่าไหร่ จริงอยู่ที่หากได้เรียนมาทางสายนี้จะทำให้มีโอกาสมากกว่าหรือความกว้างขวางของการรับรู้ช่องทางที่จะเข้ามามีมากกว่าก็ตาม แต่ก็ใช่ว่าอาชีพดีเจจะไม่เปิดรับผู้ที่จบคณะอื่นเสียเมื่อไหร่
ที่เห็นกันได้อย่างชัดเจนก็คือ ดีเจตามคลื่นวิทยุใหญ่ๆในกรุงเทพฯนั่นไงล่ะครับ จากข้อมูลที่ผมได้เคยผ่านหูผ่านตามาบ้าง ขอยกตัวอย่างหน่อยก็แล้วกันนะครับ คณะบริหารธุรกิจ(ดีเจกฤษณ์ ศรีภูมิเศรษฐ์ EFM, ดีเจเป้ วิศวะ Hotwave), คณะเศรษฐศาสตร์(ดีเจอั๋น ภูวนารถ Greenwave), วิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม(ดีเจภูมิ Virgin Hitz), คณะนิติศาสตร์(ดีเจโป้ง ณัฏฐพงษ์ BananaFM) เป็นต้น
หากจะยกตัวอย่างให้ใกล้ตัวที่สุดก็คงจะเป็นสถานีวิทยุที่ผมได้ทำงานอยู่นั่นล่ะครับ จากทีมงานดีเจทั้งหมด มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่จบจากคณะสื่อสารมวลชนโดยตรง แต่ไม่ว่าจะจบมาจากคณะไหน ผมว่าดีเจทุกคนที่ผมได้รู้จักเป็นดีเจที่มีคุณภาพครับ บางคนผมยกให้เป็นไอดอลเลยก็ว่าได้ เพราะฉะนั้น หากใครที่กำลังคิดว่าการเริ่มต้นในการที่จะเป็นดีเจคือการเข้าไปเรียนในคณะสื่อสารมวลชน หรือนิเทศน์แล้วล่ะก็ คุณคิดไม่ผิดหรอกครับ แต่มันไม่ถูกทั้งหมดก็เท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นใครที่มีความคิดที่อยากจะเป็นดีเจอยู่ในหัว แต่ตัวเองไม่ได้เรียนมาทางด้านนี้ ผมขอบอกได้เลยว่า คุณตัดความกังวลข้อนี้ออกไปได้เลยครับ
ที่ผมมั่นใจเสียขนาดนั้นก็เป็นเพราะผมเองก็ไม่ได้จบจากคณะที่ว่าเหมือนกันครับ แถมห่างไกลมากเลยทีเดียว
ผมจบ วิทย์-เคมี ครับ
posted on 26 Jan 2008 01:19 by diary-djyo
หลังจากจัดรายการที่นี่มาได้สักระยะหนึ่งแล้ว หลายสิ่งหลายอย่างก็เริ่มลงตัวมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นความคุ้นเคยในการใช้เครื่องมือในห้องส่ง, จังหวะของการจัดรายการ, แนวเพลงที่จะเปิด, เรื่องราวที่จะนำมาพูดในรายการ, กลุ่มคนฟัง ฯลฯ ซึ่งนั่นก็ถือเป็นนิมิตรหมายอันดีที่บอกกับตัวผมเองว่า 'มาถูกทางแล้ว' จะว่าไปมันก็อาจจะไม่ถูกไปหมดเสียทุกอย่าง แต่อย่างน้อยความลงตัวเหล่านั้นมันก็ทำให้ผมจัดรายการในแต่ละวันอย่างมีความสุข ซึ่งความสุขนี้จะถูกส่งต่อไปยังคนที่กำลังฟังอยู่อีกต่อหนึ่งนั่นเอง
การจัดรายการเป็นประจำทุกวันอย่างนี้ทำให้ความตั้งใจแรกของผมที่อยากจะฝึกฝนทักษะในการจัดรายการ ได้บรรลุเป้าหมายเป็นอย่างดี แต่นั่นเป็นเพียงการฝึกฝนทักษะเบื้องต้นเท่านั้น ยังมีทักษะอีกหลากหลายที่รอให้ผมได้เรียนรู้เพื่อที่จะก้าวไปสู่การเป็นนักจัดรายการที่ดีได้ในอนาคต
จากวันที่เริ่มต้นการเขียน ดีเจ-ไดอารี่ ตั้งใจไว้ว่าจะเขียนบันทึกเรื่องราวในแต่ละวัน ซึ่งในช่วงแรกของการเขียน ก็เป็นช่วงเริ่มต้นการทำงาน ผมก็มีเรื่องให้ได้นำมาเล่าไว้หลายเรื่อง แต่ผ่านมาถึงวันนี้ผมเริ่มไม่มีอะไรจะเล่าแล้วครับ แต่อย่าเพิ่งคิดไปว่าผมเริ่มเหนื่อยหน่ายกับการจัดรายการหรือการเขียนซะแล้ว ยังหรอกครับ เวลานั้นไม่มาถึงง่ายๆหรอก แต่เหตุผลคงเป็นเพราะบรรยากาศของการจัดรายการเริ่มจะซ้ำเดิมในทุกวัน อาจจะมีปัญหาเฉพาะหน้าเล็กๆน้อยๆมาให้แก้ไขบ้าง แต่ก็ไม่หนักหนา และสนุกสนานพอที่จะนำมาเล่าให้ฟัง อีกเหตุผลหนึ่งคงจะเป็นช่วงเวลาที่ผมจัดเป็นเวลาเช้าตรู่ เป็นเวลาที่ใครบางคนยังไม่ลุกออกจากที่นอนเลย รายการจึงเหมือนยิ่งนิ่งกว่าช่วงเวลาอื่นๆ ช่วงหลังๆมานี้ผมจึงไม่ค่อยมีเรื่องอะไรมาเขียนเลย
แต่วันนี้ ผมคิดออกแล้วครับว่าจะเขียนอะไรดี
จากประสบการณ์เล็กๆน้อยๆตลอดเกือบ2ปีที่ผมได้เข้าๆ-ออกๆห้องส่งของสถานีวิทยุ ผมว่ามีอะไรหลายๆอย่างที่ผมได้รับและเรียนรู้นอกเหนือจากทักษะการจัดรายการครับ บางอย่างได้รับแบบไม่ตั้งใจ บางอย่างเต็มใจรับ บางอย่างไม่อยากรับเอาซะเลย... แต่สิ่งที่ได้รับมาทั้งหมดเป็นสิ่งที่ดีแน่นอน และสิ่งที่ได้เรียนรู้มานี่แหละครับ ที่อยากจะเอามาเล่าให้ฟัง
ขอเรียกรวมๆว่า "สิ่งที่ดีเจควรรู้/ควรมี/ควรทำ" ก็แล้วกันนะครับ
posted on 02 Jan 2008 13:59 by diary-djyo
วันนี้แวะเอาของไปสวัสดีปีใหม่กับพี่ที่ทำงานเก่า คิดอยู่นานเหมือนกันว่าจะเอาไปให้ที่บ้านหรือที่สถานีดี เพราะผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันสมควรหรือเปล่า แต่ผมก็เข้าไปครับ และพอดีไปเจอกับพี่ดีเจอีกคนที่ผมตั้งใจจะเอาของไปให้ด้วย ก็เลยได้คุยกับพี่ทั้ง2คน ทำให้คลายความกังวลไปเยอะ
พี่เค้าก็ไม่พลาดที่จะถามถึงการจัดรายการในที่ใหม่ว่าเป็นยังไงบ้าง ไม่รู้ว่าเค้าถามเป็นมารยาทหรือเปล่า(ผมระแวงมากไปป่าวเนี่ย) แต่มันก็ทำให้ผมรู้สึกดีขึ้นเยอะเลยครับ ที่บรรยากาศของความเป็นพี่เป็นน้องกลับมาอีกครั้ง
อ้อ เรื่องของการติดต่อ สวท. พี่เค้าก็เป็นคนบอกผมน่ะ
posted on 02 Jan 2008 13:40 by diary-djyo
วันนี้ได้รับข่าวร้ายเกี่ยวกับพระพี่นางฯตั้งแต่ก่อนเข้ารายการ ด้วยความที่ผมจัดรายการเป็นคนแรกก็เลยไม่รู้จะถามใครว่าควรจะทำยังไงดี ผมก็เลยจัดรายการตามปกติ โดยไม่ได้พูดถึงเรื่องราวดังกล่าวเลย เพราะยังไม่มั่นใจว่าควรจะพูดออกไปยังไง ก็เลยไม่พูดถึงดีกว่า
ตอนที่กำลังจะตัดเข้าข่าวตอน 7.00น. ก็ได้ยินเสียงเพลงไทยเดิมบรรเลงอยู่ก่อนหน้านั้น ก็ได้แค่แปลกใจนิดหน่อย เพราะตามปกติจะเป็นเสียงของผู้ประกาศข่าวของ สวท.เพชรบูรณ์ แต่ผมก็ไม่ได้เอะใจอะไรอีก
มารู้เอาทีหลังว่า ทาง สวท.เค้างดการจัดรายการทุกรายการ และใช้สัญญาณการส่งกระจายเสียงของ สวท.กรุงเทพฯเพื่อเป็นการไว้อาลัย(ผมไม่แน่ใจว่าใช้คำนี้หรือเปล่า)แก่พระพี่นางฯ และขอความร่วมมือมายังสถานีวิทยุชุมชนทุกแห่งด้วย
“หากมีเหตุการณ์สำคัญมากอย่างนี้เกิดขึ้น ผมควรจะต้องติดต่อถามไปยัง สวท.ของจังหวัด หรือหากติดต่อไม่ได้ก็ให้คอยติดตามฟังการประกาศของ สวท.กรุงเทพฯ อย่างใกล้ชิด” และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่ผมเพิ่งได้เรียนรู้ครับ
posted on 01 Jan 2008 23:54 by diary-djyo
หลังจากร้างลาการอัพไดฯไปนาน เพราะมีเรื่องมากวนใจไม่หยุดหย่อน วันนี้คงเป็นฤกษ์ดีที่ได้เริ่มทำงานดีเจแบบใจที่โปร่งแสง ที่บอกว่าเป็นใจที่โปร่งแสงก็เพราะมันยังไม่ใสกิ๊งนั่นเอง แต่ก็นั่นแหละ มันเป็นทางออกที่ดีที่สุดทั้งกับตัวเองและคนอื่นๆ
ใครว่าการเริ่มต้นนับวันจะต้องเป็นวันที่1เสมอไป วันนี้ จันทร์ที่ 31 ธันวาคม 2550 วันสุดท้ายของปี แต่มันเป็นวันเริ่มต้นการจัดรายการในเวลาใหม่ของผม ซึ่งปกติแล้วผมจะจัดทุกวันจันทร์-ศุกร์ 8.00-10.00น. แต่ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ผมจะย้ายไปจัดในเวลาที่เช้าขึ้นกว่าเดิม 6.00-8.30น. จันทร์-ศุกร์เหมือนเดิม
การมาจัดรายการเช้าๆอย่างนี้ทำให้ผมต้องวางผังการใช้ชีวิตประจำวันเสียใหม่ คือเข้านอนให้เร็วขึ้น เพื่อที่จะได้ตื่นมาแต่เช้าก่อนหน้าเวลาเข้ารายการสักครึ่งชั่วโมง ซึ่งไม่เฉพาะตื่นเพื่อให้ทันไปจัดรายการเท่านั้น แต่เป็นการตื่นขึ้นมาวอร์มอัพร่างกาย+จิตใจ+เสียงให้สดใสก่อนไปจัดรายการนั่นเอง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ผมถือว่าเป็นสิ่งสำคัญมิใช่น้อยเลยครับ เพราะคงไม่มีคนฟังคนไหน อยากตื่นเช้าขึ้นมาเปิดวิทยุเพื่อฟังเสียงดีเจที่แหบพร่า บู้บี้เหมือนคนที่เพิ่งตื่นนอนเหมือนกันหรอก
ผมตื่นตี5ครึ่งครับ อากาศทำไมมันช่างใจร้ายอย่างนี้หนอ–” แถมพื้นที่โล่งๆระหว่างแผ่นหลังกับที่นอนมันคล้ายจะมีสริงอ่อนๆที่คอยจะดึงผมกลับลงไปนอนซะให้ได้ แต่จะช้าไม่ได้แล้ว คิดได้อย่างนั้นผมก็ลุกพรวดเลยล่ะครับ ไม่งั้นมีหวัง “อีกนิดน่า” แน่นอน 555+
มาถึงสถานีก็เกือบ6โมงแล้ว ผมต้องเป็นคนมาเปิดสถานีเป็นคนแรกครับ ด้วยความที่ยังไม่ชินกับการเปิดเครื่องมือ”ทุกตัว”ในห้องส่ง ทั้งเครื่องส่งสัญญาณวิทยุ เครื่องแปลงสัญญาณ กล้องเว็บแคม+โปรแกรมที่ใช้ส่งสัญญาณทางอินเตอร์เน็ต กล้องวิดีโอที่ใช้ถ่ายทอดทางทีวี คอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการจัดรายการ2ตัว แอร์คอนดิชันเนอร์ แถมยังมีสวิทซ์สำหรับเปิดอุปกรณ์มิกเซอร์อีกหลายตัวอีก ทำให้ผมเสียเวลาไปกับการทบทวนความจำที่น้องคนที่มาเปิดสถานีเป็นประจำเป็นคนสอน มีหลายตัวเหมือนกันครับที่ผมลืมเปิด ทำให้สัญญาณบางอย่างขาดหายไป มารู้เอาก็ตอนที่คนฟังโทรเข้ามาบอกนั่นแหละครับ ที่พูดๆไปมันไม่ใช่ว่าเป็นการเปิดที่ยากเย็นอะไรหรอก เพียงแต่มัน”หลายตัว”เท่านั้นเอง
การจัดรายการในวันนี้ก็ดำเนินไปตามที่ผมคิดไว้ คือช่วงเช้าๆอย่างนี้คงไม่มีใครโทร.มามากมายนัก จะมีก็แค่2-3สายเท่านั้นในช่วงชั่วโมงแรก แต่ผมกลับรู้สึกดีแฮะ ที่ได้เปิดเพลงช้าๆ เพราะๆ แบบที่ผมชอบ(แบบไม่ต้องตามใจใคร และไม่ต้องกังวลว่าใครจะมีเคืองที่ไม่ได้เปิดเพลงให้ตามคำขอ) ดูเป็นดีเจเอาแต่ใจดีมั้ยครับ 555+
7.00น. ผมต้องคอยฟังสัญญาณข่าวจากทาง สถานีวิยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย หรือสวท. เพื่อทำการตัดเสียงข่าวนั้นออกอากาศด้วย ซึ่งข่าวจะใช้เวลาครึ่งขั่วโมงครับ ดังนั้น 7.00-7.30น. ผมก็สามารถไปไหน ทำอะไรก็ได้เลยครับ
(วันนี้ผมใช้หาข้อมูลข่าวจากอินเตอร์เน็ตครับ) หลังจากนั้นผมก็กลับเข้ารายการต่ออีก1ชั่วโมงจนถึง 8.30น. นั่นเองครับ
ด้วยความที่เป็นวันแรก ผมจึงลืมหน้าที่สำคัญอีกอย่างไปนั่นก็คือ “การตัดสัญญาณเพลงชาติ”ตอน 8.00น. ครับ มารู้ตัวอีกที ผมก็ให้คนฟังของผมเคารพธงชาติด้วยเพลง”รักคุณเข้าอีกแล้ว”ไปซะแล้ว แหะๆ แต่อย่าเอ็ดไปเชียวนะครับ.. อ๋อ เขินน่ะมันเขินอยู่แล้ว แต่ผมกลัวโดนตำรวจจับน่ะครับ อิอิ
posted on 11 Dec 2007 00:29 by diary-djyo
เหมือนกับตอนนี้ผมกำลังจะเริ่มทำอะไรใหม่ๆอีกครั้ง อย่างแรกเลยก็คือการทำงานอย่างเป็นจริงเป็นจังมากขึ้นในสายงานวิทยุ ซึ่งเป็นเรื่องใหม่มากๆสำหรับผม ไม่ว่าจะเป็นการออกไปหาผู้สนับสนุนหรือสปอนเซอร์ เพื่อใช้เป็นรายได้ให้กับตัวเองและสถานี การรวมทีมขึ้นมาใหม่อีกครั้งของดีเจกลุ่มเดิมที่ต้องมานั่งคิดกันอีกครั้งว่าควรเปลี่ยนแปลงส่วนใดอีกบ้าง การคิดรูปแบบต่างๆที่จะนำเสนอเกี่ยวกับภาพลักษณ์ใหม่ของสถานีและทีมดีเจเพื่อให้คนฟังได้กลับมาไว้วางใจและฟังคลื่นของเราเหมือนที่ผ่านมา และอื่นๆอีกมากมายที่กำลังจะตามมาให้ผมได้ลงมือทำ
แค่คิดก็สนุกแล้วครับ
ถ้าถามว่ากลัวมั้ยที่จะต้องลงมือทำในสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อน ก็มีหวั่นๆเหมือนกันครับ หวั่นว่าสิ่งที่กำลังจะทำมันจะไปได้ไกลแค่ไหน แต่มันก็คงไม่มีใครรู้หรอกครับ จริงมั้ย
ตอนนี้สรุปแล้วก็คือ ผมอยากทำให้ดีที่สุดครับ จะว่าไปนี่อาจเป็นโอกาสงามๆอีกครั้งก็ได้ในชีวิตของผม ซึ่งผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันคือโอกาสหรือเปล่า แต่ก็เอาเถอะ ผมขอเรียกมันอย่างนั้นก็แล้วกัน
แล้วจะเอามาเล่าให้ฟังเรื่อยๆครับ
posted on 11 Dec 2007 00:12 by diary-djyo
ทั้งๆที่วันนี้เป็นวันที่ดีเจทุกคนตกลงกันว่าจะมาจัดรายการเป็นวันสุดท้าย ผมกลับไม่อยากเดินทางไปจัดรายการเลยครับ เสียใจน่ะมันแน่อยู่แล้ว แต่เสียดายมากกว่าครับ เสียดายที่เวลาของความสุขมันสั้นเกินไปจริงๆ
ผมต้องไปจัดรายการตอน8โมงเช้า แต่ตอนนี้ ตอนที่เพลงชาติกำลังดังอยู่ผมยังอยู่ที่บ้านอยู่เลยครับ ผมรู้ว่ามันเป็นการกระทำที่ไร้ความรับผิดชอบอย่างมาก ที่ใช้อารมณ์กับการตัดสินใจในการทำงาน แต่มันทำใจไม่ได้จริงๆ สุดท้ายก็เลยต้องโทรไปบอกว่าผมคงไม่ได้ไปจัด จะเปิดเพลงไว้ หรือจะจัดต่อให้ก็แล้วแต่ก็แล้วกัน สรุปคือคนฟังก็ได้ฟังเพลงยาวไปจนถึงบ่าย
วันนี้ผมก็ทำตัวเรื่อยเปื่อยอยู่กับงานที่ทำทั้งวันเลยครับ อยู่กับความรู้สึกเสียดายปนๆกับเสียใจ แต่ก็ไม่ถึงกับจะเป็นจะตายหรอก แค่รู้สึกหวิวๆเท่านั้นเอง ทั้งๆที่ได้เตรียมใจไว้บ้างแล้วตั้งแต่ต้นสำหรับรับการเปลี่ยนแปลงที่จะตามมาหลังจากที่พี่เค้าลาออกไป แต่พอเอาเข้าจริงๆมันก็อดไม่ได้ที่จะคิดน่ะครับ
โปรแกรมMSNถูกใช้จนคุ้มเลยล่ะครับวันนี้ เพราะผมได้นั่งคุยกับพี่สาวคนนึงทั้งวันเกี่ยวกับเรื่องนี้ (ต้องขอขอบคุณพี่เอี้ยงมากๆเลยนะครับ เพราะมันเหมือนกับพี่มานั่งคอยลุ้นอยู่หน้าคอมพ์กับผมตรงนี้ตลอดวันเลยล่ะ) การที่มีใครสักคนมาอยู่เป็นเพื่อนเวลาที่รู้สึกไม่สบายใจนี่ ผมยังยืนยันอยู่นะครับว่ามันช่วยได้มากจริงๆ
แต่ใจผมก็หวิวได้ไม่นาน เย็นวันนั้น พี่คนนึงซึ่งเป็นหนึ่งในดีเจที่เหลืออยู่ก็โทรมาบอกผมว่า พวกพี่เค้ากับดีเจคนอื่นๆได้คุยกันและตกลงกันใหม่เกี่ยวกับข้อกำหนดต่างๆนั้น และสามารถหาทางออกที่น่าจะดีที่สุดในตอนนั้นสำหรับดีเจทุกคนได้แล้ว ทุกคนเลยยอมที่จะสู้กันต่ออีกรอบ เพราะใจจริงก็อย่างที่บอกทุกคน”ทำด้วยใจ”จริงๆครับ พูดเสร็จพี่เค้าก็ถามผมว่าจะเอาด้วยมั้ย
“เอาครับพี่” คือคำตอบของผมครับ
posted on 09 Dec 2007 22:39 by diary-djyo
หลังจากที่ไม่ได้มาจัดรายการนานถึง5วัน วันนี้ผมมาถึงห้องส่งด้วยความกระตือรือร้น โดยไม่ลืมที่จะกล่าวคำขอบคุณดีเจที่ทำหน้าที่แทนผม และก่อนที่ดีเจท่านนั้นจะกลับ เค้าบอกผมว่าเย็นนี้หัวหน้าสถานีนัดประชุม
คงจะเป็นผลของการจัดรายการในสัปดาห์ก่อนบวกกับความคิดถึงการมานั่งอยู่หลังไมค์ ทำให้การจัดรายการในวันนี้ดูไหลลื่นเป็นพิเศษ อย่างน้อยก็ในความรู้สึกผม ไม่ว่าจะเป็นการเปิดเพลง การอัญเชิญพระบรมราโชวาทและพระราชดำรัสมาอ่านออกอากาศตามที่ได้ตั้งใจไว้ การรับสายหน้าไมค์ที่คราวนี้ผมรู้สึกว่าเริ่มคุ้นเคยกับการพูดโต้ตอบ-สอบถามกับคนที่โทรเข้ามา โดยไม่ค่อยประหม่าเท่าไหร่แล้ว
แต่ก็มีบ้างเหมือนกันที่คนฟังโทรเข้ามาหน้าไมค์แล้วถามถึงการหายไปของดีเจหลายๆคน รวมทั้งตัวผมเองด้วย… “หนูนึกว่าพี่จะไม่มาจัดแล้วซะอีก แล้วพี่…กับพี่…เค้าจะไม่มาจัดรายการแล้วเหรอคะ” นี่เป็นคำถามที่ผมไม่ได้เตรียมคำตอบเอาไว้เลยครับ ก็อย่างที่บอก ผมไม่ได้นึกถึงเรื่องนี้ให้กวนใจตัวเองมาหลายวันแล้ว “มาสิครับ ยังไงก็ต้องมา แต่3วันที่ผ่านมาร่างกายไม่พร้อมจริงๆครับ ก็ขออภัยคุณผู้ฟังที่รอฟังผมอยู่ด้วยนะครับ ฮ่าฮ่าฮ่า” ผมตอบแค่คำถามแรกแล้วทำเป็นหัวเราะกลบเกลื่อนไปโดยหวังให้น้องเค้าแซวผมกลับประมาณว่าผมหลงตัวเอง แต่น้องเค้าก็ยังถามต่อครับ “เอาเป็นว่ารอดูกันต่อไปก็แล้วกันนะครับน้อง ไม่แน่ปลายปีนี้ คลื่นของเราอาจมีเซอร์ไพร้ส์ก็ได้นะ โอเค ขอบคุณมากครับน้อง รอฟังเพลงที่ขอไว้ก็แล้วกันนะคร้าบ เดี๋ยวพี่เปิดให้แน่นอนครับ” นี่ก็เป็นคำตอบที่ผมให้กับน้องเค้าไปพร้อมกับคนฟังอีกหลายคนที่กำลังฟังอยู่ คนที่ฟังแบบผ่านๆก็คงจะไม่ทันได้คิดอะไร แต่คนฟังที่ตั้งใจฟังกับคำถามนี้และรอฟังคำตอบอยู่แล้วล่ะก็ ผมอาจทำให้พวกเค้าคาดหวังและรอดูอะไรบางอย่างจากทางคลื่นก็เป็นได้ เฮ้อ…ผมทำผิดรึเปล่าเนี่ย T T
แต่วันนี้ก็ดีใจและภูมิใจครับที่มีคนโทรมาขอเพลงเพราะๆให้ผมได้เปิดเยอะเลยล่ะ แถมบางคนยังโทรมาคุยหลังไมค์พร้อมให้กำลังใจว่าอยากให้ผมจัดต่อไปอีกเรื่อยๆ แค่นี้ก็ทำให้ใจชื้น ยิ้มสู้ไมค์ได้ตลอด2ชั่วโมงแล้วล่ะครับ
พอตกเย็น ผมก็ไปประชุมตามนัดหมาย ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกของผมที่ได้มาประชุมร่วมกับดีเจทั้งคลื่นและได้พบกับหัวหน้าสถานี ผมพอจะเดาออกครับว่าหัวข้อของการเรียกประชุมครั้งนี้คืออะไร คงต้องมีการเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่างแน่นอน และก็เป็นไปตามที่ผมคิดไว้ครับ จากการที่พี่ที่เป็นหัวหน้าดีเจลาออกไป ทำให้หัวหน้าสถานีต้องลงมาทำหน้าที่ควบคุมจัดการงานทุกอย่างของคลื่นด้วยตัวเอง โดยเค้าได้ทำการเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดในการทำงานของดีเจหลายข้อ ซึ่งบางข้อถึงกับทำให้ดีเจหลายคนถอดใจ ซึ่งผมก็อาจเป็นหนึ่งในนั้น ที่ใช้คำว่าอาจก็เพราะอีกใจหนึ่งผมก็ยังอยากสู้ อยากทำต่ออยู่ด้วย แต่ด้วยความที่ผมเพิ่งมาทำงานได้ไม่นาน การตัดสินใจของผมจึงขึ้นอยู่กับอีกหลายๆคนว่าจะเอายังไงต่อ
ดีเจทุกคนที่มาทำอยู่ที่นี่ ณ ตอนนี้ มีแนวคิดเหมือนกันทุกคนก็คือ “มาจัดรายการด้วยใจจริงๆ” ค่าตอบแทนอาจจะเป็นเพียงส่วนที่ตามมาทีหลัง เพราะทุกคนต่างก็มีอาชีพหลักที่จะต้องรับผิดชอบกันอยู่ คงเป็นเพราะเหตุนี้เองที่ทำให้ทุกคนรับข้อกำหนดใหม่นี้ไม่ได้ ก็เลยตัดสินใจกันว่า จะลาออก!!!
“ว่าไงว่าตามกัน” ผมบอกทุกคนไปอย่างนั้น ทั้งๆที่โคตรจะเสียดายเลย
posted on 09 Dec 2007 22:38 by diary-djyo
วันนี้เท้าไม่บวมแล้วครับ แต่ยังเดินได้ไม่เต็มเท้าเท่าไหร่ คงต้องใช้เวลาอีกนิด วันนี้ก็เลยไม่ได้ไปจัดรายการอีกแล้วครับ (T T คิดถึงจัง) เพราะเล็งเห็นแล้วว่า ขืนฝืนสังขารเท้าของตัวเองให้ไปเดินขึ้น-ลงบันได4ชั้นของสถานีแล้ว ไม่แคล้วเท้าคงได้บวมอีกรอบ เมื่อวานก็เลยโทรไปบอกดีเจคนเดิมว่าให้ช่วยจัดแทนให้อีก1หรือ2วัน เพื่อให้เท้าของผมหายสนิทจริงๆซะก่อนดีกว่า
จะว่าไปการฝากรายการให้ดีเจคนอื่นจัดให้ก็เป็นการเพิ่มภาระอันหนักหน่วงให้กับดีเจคนนั้นๆจริงๆนะครับ เพราะการจัดรายการ2ชั่วโมงผมก็ว่ายาวนานเกินไปสำหรับการเปล่งเสียง การคิดหาเพลงมาเปิด การหาเรื่องมาคุย โดยที่ไม่ทำให้คนฟังเบื่อ และอยู่กับเราได้ตลอด2ชั่วโมง แต่นี่ผมกลับไปทำให้เค้าต้องจัดรายการติดต่อกันถึง4ชั่วโมง!!! โอ้..แม่เจ้า สาหัส-สาหัส
ก็ขอขอบคุณดีเจเพชรมากๆเลยนะคร้าบ
เสียดายเหมือนกันครับที่ไม่ได้ไปจัด เพราะสัปดาห์นี้เป็นช่วงเวลาของวันพ่อ และเป็นวันสำคัญของพ่อหลวงของเราด้วย ซึ่งผมตั้งใจไว้ว่าทั้งสัปดาห์จะหาเรื่องราวเกี่ยวกับพระองค์ท่าน ไม่ว่าจะเป็นพระราชกรณียกิจ พระบรมราโชวาท พระราชดำรัส โครงการต่างๆตามพระราชดำริ หรือแม้แต่เรื่องราวประทับใจเกี่ยวกับพระองค์ท่าน มาอ่านมาบอกเล่าให้คนฟังได้ฟังกัน เพราะผมถือว่านี่เป็นสิ่งที่เป็นมงคลอย่างสูงสุดของการจัดรายการเลยล่ะครับ… น่าเสียดายจริงๆ
จนถึงวันนี้แล้ว ผมไม่ได้นึกถึงเรื่องที่กวนใจผมอย่างเรื่องของการลาออกของพี่เค้าแล้วล่ะครับ คงเพราะความรู้สึกอยากไปจัดรายการมันมีมากกว่าล่ะมั้ง
ดีเหมือนกัน
posted on 09 Dec 2007 22:37 by diary-djyo
เมื่อคืนช่างเป็นคืนที่(โคตร)ทรมานเลยครับ ก็อาการปวดเท้าของผมนี่แหละ หลังจากที่เมื่อวานตอนเย็นอาการของมันเริ่มไม่น่าไว้วางใจ เริ่มบวมขึ้น เริ่มปวดลามมาถึงขาแล้ว และรู้สึกเหมือนจะเป็นไข้ ก่อนนอนผมก็เลยกินพาราไป2เม็ด
แต่พอประมาณเที่ยงคืน ด้วยความที่อากาศหนาวมาก อาการปวดที่เท้ามันเลยยิ่งรุนแรงขึ้น ตามเนื้อตามตัวก็พลอยเกร็งไปด้วย ก็เลยกลายเป็นว่าปวดไปทั้งตัวแล้วตอนนั้น จนผมทนไม่ไหวเลยโทรบอกแม่(แม่ผมขายของกลางคืนครับ) ก็เลยต้องพากันไปโรงพยาบาลกันเลยทีเดียว ฉีดยา(น่าจะเป็น)คลายกล้ามเนื้อไป1เข็ม ถึงค่อยยังชั่ว กลับมานอนต่อที่บ้านได้
วันนี้ก็เลยตื่นซะสายเลยครับ วันทั้งวันอยู่แต่หน้าคอมพ์ เดินไปไหนไม่ได้เลย แย่จัง T T