2007-11-21
posted on 22 Nov 2007 12:00 by diary-djyo
วันนี้จัดรายการแบบรู้สึกแปลกๆว่าทำไมไม่มีคนโทรเข้ามาขอเพลงเลย ผ่านไปเกือบชั่วโมงแล้ว เลยเป็นกังวลว่าตัวเองเปิดเพลงไม่ถูกใจหรือเปล่า เพราะ2วันที่ผ่านมาในช่วงเปิดรายการก็จะมีสายโทรเข้ามาบ้าง ในช่วงเปิดเพลงก็ลองยกหูโทรศัพท์ขึ้นแล้ววางลงไปใหม่อยู่หลายรอบ ก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะมีใครโทรมา เอาละเหวย ทำยังไงดีหว่า ก็เลยพูดออกอากาศย้ำเบอร์โทรบ่อยกว่าทุกวัน แต่ก็ไม่มีใครโทรมาอยู่ดี ก็เลยผ่านชั่วโมงแรกไปอย่างจิตตก สรุปแล้ววันนั้นมีคนโทรเข้ามาขอเพลงตอนครึ่งชั่วโมงสุดท้ายเพียง3สายเท่านั้น!
แต่ก็มาถึงบางอ้อตอนก่อนจะออกจากห้องส่งจากคำพูดแบบเปรยๆของดีเจที่จะมาจัดรายการต่อจากผมว่า"เมื่อวานเครือข่ายโทรศัพท์เจ๊งทั้งวันเลย ไม่รู้วันนี้ซ่อมเสร็จรึยัง" อ้อ...เป็นเพราะเครือข่ายนี่เอง เฮ้อ โล่งอกไปที ฮ่าฮ่าฮ่า ดีนะที่รู้ก่อนกลับบ้าน ไม่อย่างนั้นสงสัยผมคงต้องกลับมานั่งปรับแนวการจัดรายการของผมซะแล้ว
ความแตกต่างระหว่างการเปิดเพลงในแผ่นซีดี(ที่อาจจะเป็นอัลบั้มของนักร้องคนเดียว หรือเป็นอัลบั้มรวมฮิตของนักร้องหลายๆคนหลายๆเพลง)ฟังเอง กับการเปิดฟังวิทยุนั้น ผมว่ามันต่างกันตรงความรู้สึกนี่เอง หากเป็นคนฟัง แค่เพียงได้นั่งฟังเพลงจากนักร้องที่ชื่นชอบและเสียงของดีเจที่แอบชื่นชมก็น่าจะเพียงพอ เพราะเหมือนกับว่าพวกเขาได้นั่งฟังเพื่อนเล่าเรื่องราวต่างๆให้ฟัง หรือหากจะมากขึ้นมาหน่อยก็คือการได้โทรไปขอเพลงและพูดคุยกับดีเจนั่นเอง แต่คนฟังทั้ง2แบบก็คงจะรู้สึกเหมือนๆกันก็คือ พวกเขาไม่เหงา นี่แหละคือสิ่งที่ทำให้การฟังวิทยุมีเสน่ห์มากกว่าการเปิดแผ่นเพลงฟังเอง
แต่ไม่ใช่แค่คนฟังเท่านั้นที่รู้สึกอย่างนั้น สำหรับตัวดีเจเอง หากมานั่งเปิดเพลงแล้วก็พูดๆๆอยู่คนเดียวในห้องส่งแบบไม่มีใครโทรเข้ามาพูดคุยด้วยก็รู้สึกแย่เหมือนกันนะครับ เหมือนผมในวันนี้ไง เป็นเพราะเราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าเพลงที่เราเปิดไป หรือคำพูดที่ได้ออกอากาศไป คนที่ฟังอยู่จะรู้สึกอย่างไรบ้าง ชอบหรือเปล่า ดังนั้น การได้พูดคุยกับคนฟังบ้าง หรืออาจจะแค่โทรมาขอเพลงก็ตาม มันก็ทำให้คนที่อยู่หลังไมค์รู้สึกดีได้จริงๆ และจะดีมากยิ่งขึ้นหากได้รู้ว่าคนที่โทรมาก็รู้สึกดีๆกลับไปเช่นกัน
โอ๊ะ โอ ออกแนวซึ้งแฮะ
#1 By ต้อม (58.137.93.4) on 2007-11-23 08:21